เข้าชมรายละเอียด THE INDIAN TEA

เข้าชมรายละเอียด THE INDIAN TEA
แฟรนไชส์กาแฟสดและกาแฟชงสำเร็จ ชาอินเดีย กาแฟเปอร์เซีย ราคาเริ่มต้น 6,900 - 399,000 เข้าชมรายละเอียด แฟรนไชส์ THE INDIAN TEA คลิ๊กที่รูปภาพด้านบน ติดต่อคุณมาโนช โทร.084-682-5999 , 092-369-3951 LINE ID : @THEINDIANTEA / หรือเซฟเบอร์ 084-682-5999

ค้นหาทำเลเปิดร้านกาแฟ แสดงผลการค้นหาชัดเจน ตรงประเด็น จากกลุ่มเว็บที่เรานิยมใช้เป็นประจำ

Loading

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กาแฟ ประโยชน์ การคั่วเมล็ดกาแฟและสูตรกาแฟสด

การบริโภคกาแฟ ประโยชน์ของกาแฟ คนเรารู้จัก  “ กาแฟ ” มาเป็นระยะเวลากว่าพันปีแล้ว   จวบจนปัจจุบัน  กาแฟนับเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก  นอกจากรสละมุนลึกล้ำแล้ว  หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม  “ คาเฟอีน”  ในกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้านด้วยกัน

กาแฟ มีคาเฟอีน กระตุ้นให้สมองตื่นตัว


คาเฟอีนกระตุ้นให้สมองตื่นตัว    ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูลในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิ  การใช้เหตุผลและความจำ  คาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะช่วยลดความหงุดหงิด  อารมณ์ซึมเศร้า  และความเครียดได้  ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข


กาแฟ ช่วยในการย่อยอาหาร 


ด้านโภชนาการ  การดื่มกาแฟช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลวเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน  อีกทั้งเนื้อกาแฟยังมีแร่ธาตุไนแทซเซียมและไนอาซีน  ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์  นอกจากนี้  ยังมีรายงานวิจัยว่า  คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย  ทำให้ไขมันสลายตัวเพิ่มขึ้น    จึงอาจดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่มในการลดน้ำหนัก    และเนื่องจากคาเฟอีนและสารอื่นที่มีอยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อย  กาแฟจึงช่วยในการย่อยอาหาร  เป็นเหตุให้คนจำนวนมากดื่มกาแฟหลังอาหารแต่ละมื้อ

ผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟ   มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคินสันมากกว่า  

จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐอเมริกา  โดย  ดร. จี   เวปเตอร์   ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท   และคณะจากศูนย์การแพทย์นครฮอนโนลูลู    พบว่า  ผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟ   มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคินสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ  5  ถ้วย  ถึง  5  เท่า    ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์  เพราะคาเฟอีนไปช่วยขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ  ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น  แต่ในขณะเดียวกัน  ก็ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณศีรษะหดตัว  ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้   จากการศึกษาของนายแพทย์วินเซนต์   ทูบิโอโล  แห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเอ – ฮาร์เบอร์   ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า   การรับคาเฟอีนจำนวน  400  มิลลิกรัมต่อวัน  อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้

กาแฟไม่มีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น  

จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน  5  ถ้วยต่อวัน  พบว่า  กาแฟไม่มีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น   แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตัน  หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ   สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน ๆ   ละหกถ้วยขึ้นไป   ก็ไม่มีอัตราโรคหัวใจสูงกว่าปกติ  และจากการสำรวจหลายครั้ง  รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  พบว่า  ผู้ดื่มกาแฟมีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ  ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตัน   พบว่า  คนไข้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อยห้าถ้วยต่อวัน   มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มผู้อื่นถึงร้อยละ   40

ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ  แก้ปัญหา
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ 


กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก  เมื่อ  ดร. ดาร์ซี  โรแบร์โตลิมา  ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยา   ของมหาวิทยาลัยริโอ เดอ จาเนโร  ในบราซิล    เปิดเผยว่า    ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา  การเสพยา  ภาวะซึมเศร้า  และอายุขัย  สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน

โดยในที่นี้    พอจะสรุปคุณประโยชน์ของกาแฟได้ดังนี้    คือ

กาแฟ ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี


1. ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ  B
มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า  กาแฟมีประโยชน์ในการป้องกันโรคดังกล่าว

กาแฟ ป้องกันโรคหอบ


2. ป้องกันโรคหอบ
โรคหอบ   คือ  อาการภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง  โดยทั่วไปเมื่อประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้นจะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่าย ๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น  จะเกิดอาการหอบทันที และคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง  ทำให้ลดการเกิดโรคหอบได้


กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ


3. ลดการเกิดโรคตับจากสุรา
ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้ว  พบว่า  กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ  แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่า  สารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว  และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่  นอกจากแอลกอฮอล์

กาแฟ มีคาเฟอีน ซึ่งมี กรดอะซิติก ช่วยป้องกันโรคมะเร็งตับ ลำไส้ ช่องปาก

4. ป้องกันมะเร็งตับ   มะเร็งลำไส้   และมะเร็งในช่องปาก
จากผลการทดลองจริง   พบว่า   กาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคดังกล่าวในขั้นต้น  โดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติกที่ช่วยป้องกันโรคเหล่านี้


กาแฟที่เข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัว    ส่งผลให้ลดการเกิดมะเร็งได้ 

5. ขับไล่ความชรา
ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง  แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป  ก็ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูง  และแก่เร็ว  โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัว    ส่งผลให้ลดการเกิดมะเร็งได้    และกระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย

กาแฟ ลดอัตราคอเลสเตอรอล  ป้องกันโรคหัวใจ

6. กาแฟลดอัตราคอเลสเตอรอล  ป้องกันโรคหัวใจ
ในกาแฟมีนิโคติน  แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่  แต่เป็นวิตามิน B  รวมชนิดหนึ่ง     ที่ร่างกายต้องการ  ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด  จึงป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว

กาแฟลดความอ้วนละลายไขมัน

7. ละลายไขมัน
กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร  ช่วยให้ไขมันแตกตัว  และให้พลังงานทดแทน  จึงลดความอ้วนได้

ดื่มกาแฟ มีไขมันชนิด   HDL   เพิ่มขึ้น  

8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย    ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
ตามผลการวิจัย   พบว่า   คนที่ดื่มกาแฟบ่อย ๆ จะมีไขมันชนิด   HDL   เพิ่มขึ้น  ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป  ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว


กาแฟ บรรเทาอาการปวดศีรษะจากการเมา


9. แก้ปวดศีรษะ
กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด  ระงับอาการปวดได้  เช่นเดียวกับยาแก้ปวด  และยังช่วยขับปัสสาวะ  ละลายไขมันในเส้นเลือด  และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะเนื่องจากเมาสุราได้

กาแฟ ช่วยให้มีสมาธิ


10. เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง
มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า  ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น  และมีสมาธิ  ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น  นั่นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น

ดื่มกาแฟ ไขมันถูกเผาผลาญ


11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารหลั่งดีขึ้น   ไขมันแตกตัว
หากได้ดื่มกาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ  คาเฟอีนในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหารโดยตรง    น้ำย่อยที่กระเพาะอาหารและตับอ่อนจะเพิ่มขึ้น   ไขมันถูกเผาผลาญ

การคั่วเมล็ดกาแฟ

การคั่วเมล็ดกาแฟ อ่อน กลาง เข้ม

การคั่วเมล็ดกาแฟ ( Coffee  Roast )  หมายถึง  การนำเมล็ดกาแฟดิบมาผ่านความร้อน  หรือท่อไอน้ำร้อนภายในถังคั่ว  โดยใช้อุณหภูมิตั้งแต่  120 – 300  องศาเซลเซียส  ซึ่งการคั่วเมล็ดกาแฟแบ่งเป็น  3  แบบ
1. การคั่วอ่อน ( Light  Roast )
หรือเรียกอีกอย่างว่า  Cinnamon  Roast  หรือ  Light  Chololatetan  เป็นการคั่วแบบอ่อนที่สุด  โดยเมล็ดกาแฟดิบจากสีขาวหรือเขียวอมเทา  จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปานกลาง  และไม่มีน้ำมันเกาะติดเมล็ดกาแฟ  การคั่วแบบนี้จะให้ความเป็นกรดสูง  และมีความเข้มน้อย  การคั่วแบบนี้   ได้แก่  Blue  Mountain , Mocca  Coffee
2. การคั่วกลาง ( Medium  Roast  หรือ  City  and  Full  City  Roast )
เป็นการคั่วเมล็ดกาแฟดิบจากสีขาวหรือเขียวอมเทา  เป็นสีน้ำตาลที่เข้มขึ้นกว่าสีอบเชย  โดยจะเห็นเมล็ดกาแฟมีลักษณะเป็นผิวมันเหมือนผ้าแพร  แต่ยังไม่มีน้ำมันเกาะติด  การคั่วแบบนี้  ได้แก่  American  Coffee , Irich  Coffee  , Java  Coffee , Bracilian  Coffee
3. การคั่วแบบเข้ม ( Dark  Roast )
เป็นการคั่วแบบที่เข้มขึ้น  โดยสีของเมล็ดกาแฟดิบจากสีขาวหรือเขียวอมเทา   จะเปลี่ยน เป็นสีน้ำตาลแก่จนถึงน้ำตาลดำ  เมล็ดกาแฟจะมีน้ำมันเกาะติดตั้งแต่ค่อนเมล็ดกาแฟจนถึงทั่วเมล็ดกาแฟ  ซึ่งมีการคั่วจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน  เช่น  Vienna  Roast , Italian  Roast  ( Espresso ) , French  Roast  อุณหภูมิที่ใช้  250 – 300  องศาเซลเซียส

ประวัติของกาแฟแต่ละประเภท

เคยไหมที่เวลารู้สึกอยากดื่มกาแฟขึ้นมา  เมื่อเดินเข้าร้านกาแฟแล้วไม่รู้ว่าจะสั่งกาแฟชนิดไหนดี  ครั้นจะบอกคนขายว่าเอากาแฟเย็น  กาแฟร้อน   เพียงอย่างเดียว   คนขายก็อาจจะงง   และไม่รู้ว่าจะทำสูตรไหนให้คุณดี  ดังนั้น  เราจึงต้องคิดและสั่งสูตรกาแฟเอง  ถูกไหม  แต่ก็นั่นอีกเช่นกัน  ถึงแม้ว่าตามร้านกาแฟทั่ว ๆ ไป  จะมีชื่อของสูตรกาแฟให้คุณสั่งอยู่หลายชนิดก็ตาม  แต่คุณก็ยังคง   ไม่ทราบว่าจะสั่งสูตรไหนดี  และแต่ละสูตรนั้นเป็นอย่างไร  มีรสชาติอย่างไร  มีส่วนผสมอะไรบ้าง  และแต่ละสูตรนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร  ดังนั้น  เรามาดูกันว่า  สูตรกาแฟที่อยู่บนป้ายตามร้านกาแฟต่าง ๆ  นั้น  แต่ละสูตรจะเป็นอย่างไร  มีรสชาติ  และส่วนผสมอะไรบ้าง  มาเริ่มกันที่สูตรแรก  ก็คือ

คาปูชิโน  :  Cappuccino

คาปูชิโน  :  Cappuccino
มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี  ซึ่งจะมีเอสเพรสโซและนมเป็นส่วนผสมหลัก  คนในประเทศอิตาลีส่วนใหญ่มักดื่มกาแฟคาปูชิโนโดยเฉพาะในตอนเช้ากัน  ซึ่งก็อาจจะมีขนมปังแผ่น  หรือคุกกี้ประกอบด้วย   ทั้งนี้   เป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจจะลักษณะ  คาปูชิโนและขนมปังเบา ๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้า  และด้วยเหตุนี้   ทำให้ชาวอิตาลีไม่ดื่มคาปูชิโนในช่วงอื่นของวัน


ลาเต้ Latte

ลาเต้  :  Latte
ลาเต้เป็นภาษาอิตาลี   ซึ่งมีความหมายที่แปลว่า   นม   ดังนั้น    รสชาติของลาเต้จึงมีความหวานและมันจากนม   กาแฟลาเต้นี้เป็นที่นิยมอย่างมากนอกประเทศอิตาลีช่วงต้นทศวรรษที่ 1980  นอกจากนี้   กาแฟลาเต้ที่รู้จักกันในอิตาลี   ยังมีความหมายที่ใกล้เคียงกับภาษาฝรั่งเศส “café  au  lait”  ซึ่งหมายถึง    กาแฟกับนม    อีกด้วย

มอคค่า Mocca

มอคค่า  :  Mocca
กาแฟมอคค่าเป็นกาแฟอราบิก้าชนิดหนึ่งที่ปลูกอยู่บริเวณเท่าเรือมอคค่า  ในประเทศเยเมน   กาแฟมอคค่าจะมีสีและกลิ่นคล้ายช็อคโกแลต  ซึ่งก็นับว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาแฟมอคค่า  นอกจากนี้    มอคค่ายังหมายถึง    สูตรกาแฟที่มีส่วนผสมระหว่างเอสเพรสโซและโกโก้อีกด้วย

อเมริกาโน Cafe Americano


อเมริกาโน  :  Café  Americano
สำหรับที่มาของชื่ออเมริกาโนนั้น     ตีความกันอย่างง่าย ๆ    ก็หมายถึงสหรัฐอเมริกานั่นเอง  ว่ากันว่าเอสเพรสโซเพียว  ๆ  นั้น    เข้มข้นเกินไปสำหรับคอกาแฟชาวอเมริกัน    ดังนั้น   จึงได้มีการนำน้ำร้อนมาเจือจางกาแฟเอสเพรสโซเพื่อให้มีรสชาติที่เบาบางลง  แต่ถึงแม้ที่มาของชื่อจะหมายถึงกาแฟสไตล์อเมริกาก็ตาม  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า  อเมริกาโนนี้จะเป็นกาแฟที่คนอเมริกันนิยมดื่มกัน

เอสเพรสโซ Espresso


เอสเพรสโซ  :  Espresso
เอสเพรสโซ   เป็นกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุดก็ว่าได้  โดยที่มาของเอสเพรสโซนี้มาจากคำในภาษาอิตาลี  ที่แปลว่า  เร่งด่วน  เอสเพรสโซเป็นกาแฟที่นิยมมากที่สุดในประเทศแถบยุโรปตอนใต้  โดยเฉพาะประเทศอิตาลี  และฝรั่งเศส  การสั่งกาแฟ  “caffe”  ในร้าน  ส่วนใหญ่แล้วจะสั่งเป็นกาแฟเอสเพรสโซกัน    โดยทั่วไปแล้ว    ผู้ที่ดื่มกาแฟเอสเพรสโซนั้นจะไม่เติมน้ำตาลหรือนมแต่อย่างใด    ทั้งนี้     เพื่อที่จะได้ลิ้มรสความเข้มข้นและหนักแน่นของเอสเพรสโซแท้ ๆ

Tips  เล็ก ๆ น้อย ๆ  สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอสเพรสโซ   ต้องดื่มในขณะที่ชงเสร็จใหม่   เนื่องจากเอสเพรสโซมีความไวสูงในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน    ดังนั้น   เพื่อไม่ให้เสียรสชาติของเอสเพรสโซที่แท้จริง     ก็ควรดื่มขณะที่ชงเสร็จใหม่ ๆ

สูตรการชงกาแฟสด

การชงกาแฟสดให้รสชาติดี  มีองค์ประกอบที่สำคัญ  คือ
1. เมล็ดกาแฟสดต้องเลือกที่คั่วใหม่ที่ดีที่สุด  คือ  วันที่  2  หลังจากคั่วเสร็จ   และไม่เกิน  21  วันนับจากวันที่คั่ว
2. เครื่องชงกาแฟสดได้มาตรฐาน  แรงดันไม่น้อยกว่า  15  บาร์  ช็อตชงกาแฟมีขนาดใหญ่    ระดับมาตรฐาน
3. น้ำที่ใช้ชงกาแฟสดต้องเป็นน้ำสะอาด  ไม่มีสี  ไม่มีกลิ่น  ไม่มีรส  และไม่ใช่น้ำกระด้าง
4. ต้องบดกาแฟใหม่ทุกครั้งที่ชงกาแฟ  ไม่ควรใช้ผงกาแฟที่บดไว้แล้วนานเกิน  3  ชั่วโมง

กาแฟเอสเพรสโซ  ( ขนาดแก้ว  :  2  ออนซ์ )
ใช้ผงกาแฟ  1  ช็อต  ( 8 กรัม )  ชงน้ำกาแฟให้ได้ระดับ  2 / 3 ของแก้ว   เสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำตาลหรือครีมเอง  โดยปกติคนดื่มกาแฟชนิดนี้จะไม่เติมอะไรเลย  แต่ก็ควรมีน้ำตาลซองและครีมซองเผื่อไว้ให้

กาแฟลาเต้  ( ขนาดแก้ว  :  4  ออนซ์ )
ใช้ผงกาแฟ  1  ช็อต ( 8  กรัม )  ชงน้ำกาแฟให้ได้ระดับ 1 / 3 ของแก้ว  อุ่นนมร้อน  แล้วจึงเทนมร้อนลงแก้ว   ให้ได้ระดับเกือบ ๆ เต็มแก้ว  เสิร์ฟให้ลูกค้าเติมน้ำตาลหรือครีมเอง

กาแฟม็อคค่า  ( ขนาดแก้ว  :   4  ออนซ์ )
ใช้ผงกาแฟ  1  ช็อต  ( 8  กรัม )   ชงน้ำกาแฟให้ได้ระดับ  1 / 3   ของแก้ว   แล้วเติมผงโกโก้  1  ช้อนชา   อุ่นนมร้อน   แล้วจึงเทนมร้อนลงแก้ว  ให้ได้ระดับเกือบ ๆ  เต็มแก้ว   เสิร์ฟให้ลูกค้าเติมน้ำตาลหรือครีมเอง

กาแฟร้อนคาปูชิโน  ( ขนาดแก้ว  :  4  ออนซ์  )
ก่อนชงต้องทำฟองนมให้ฟูได้ที่ก่อน   แล้วจึงชงกาแฟ   ใช้ผงกาแฟ  1  ช็อต ( 8 กรัม )  ชงน้ำกาแฟให้ได้ระดับ 1 / 3  ของแก้ว  แล้วจึงเทนมร้อนลงแก้ว  ให้ได้ระดับ 2 / 3 ของแก้ว  แล้วจึงใช้ช้อนตักฟองนมที่เหลือเติมให้เต็มแก้ว   ให้พูนเล็กน้อย   เสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำตาลเอง  เมนูนี้ควรเตรียมผงอบเชยป่น ( ซินนาม่อน )  หรือผงโกโก้ให้ลูกค้า   เผื่อต้องการโรยหน้าเพื่อเพิ่มความหอมด้วย

โกโก้ร้อน  ( ขนาดแก้ว  :  4  ออนซ์  )
ตักผงโกโก้  1  ช้อนชา  เติมน้ำร้อนให้ได้ระดับ 1 / 4 ของแก้ว  เติมนมร้อนให้ได้ระดับ  3  / 4  ของแก้ว  เสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำตาลหรือครีมเอง

ชาร้อน  ( ขนาดแก้ว  :  4  ออนซ์  )
ชา  1 ซอง  กดน้ำใส่ให้ได้ระดับ  3 / 4  ของแก้ว  เสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำตาลหรือครีมเอง

กาแฟร้อนอเมริกาโน  ( ขนาดแก้ว  :  4  ออนซ์  )
ใช้ผงกาแฟ  1  ซ็อต  ( 8  กรัม  )  ชงน้ำกาแฟให้ได้ระดับเกือบเต็มแก้ว  เสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำตาลหรือครีมเอง

ที่มา: web.chiangrai.net/~crmoac/LinkData/6_4_3.doc

-----------------------------

Cafe Britt - Premium Gourmet Coffee